Google+ Followers

ตะเกียบญี่ปุ่น จีน และเกาหลี

ตะเกียบญี่ปุ่น จีน และเกาหลี

นอกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทั้งจีน ไต้หวัน เกาหลี ฯลฯ ที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักก็ใช้ตะเกียบเป็นอุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร แต่ประเทศเหล่านั้นจะใช้ช้อนด้วย แต่ที่ญี่ปุ่นจะใช้ตะเกียบเพียงอย่างเดียว และแทนที่จะใช้ช้อนตักอาหารข้าวปาก จึงเกิดประเพณีที่คนญี่ปุ่นรับประทานข้าวโดยยกถ้วยขึ้นมาใกล้ปากแทน

ตะเกียบญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นจะใช้ตะเกียบเพียงอย่างเดียวในการรับประทานอาหาร ในการทานซุปจะยกถ้วยซุปขึ้นมาซดแทน การหยิบอาหารจากจานส่วนกลางให้ใช้ 取り箸 (Toribashi / ตะเกียบสำหรับคีบอาหาร) ห้ามใช้ 直箸 (Jikabashi / ตะเกียบส่วนตัว) คีบอาหารเข้าปากโดยตรง ตะเกียบส่วนใหญ่ทำจากไม้และไม้ไผ่

ตะเกียบจีน
คนจีนใช้ตะเกียบกับช้อนคู่กัน ใช้ช้อนทานข้าวและซุป ส่วนการรับประทานอาหารอื่นๆ ใช้ตะเกียบส่วนตัว (直箸) มากกว่า ตะเกียบส่วนใหญ่ที่ใช้ทำจากไม้ ไม้ไผ่และอื่นๆ

ตะเกียบเกาหลี
คนเกาหลีใช้ตะเกียบกับช้อนคู่กัน ใช้ช้อนสำหรับทานข้าว ส่วนอาหารอื่นๆ ใช้ตะเกียบส่วนตัว (直箸) คีบอาหารทุกอย่าง คล้ายกับประเทศจีน ตะเกียบเกาหลีที่เห็นทั่วไปจะทำจากเงินและสแตนเลส

ข้อห้ามในการใช้ตะเกียบ
箸渡し (Hashi-watashi) ห้ามคีบอาหารส่งต่อกันด้วยตะเกียบ
寄せ箸 (Yose-bashi) ห้ามใช้ตะเกียบลากถ้วยเข้ามาหาตัว
刺し箸 (Sashi-bashi) ห้ามใช้ตะเกียบจิ้มหรือเสียบอาหาร
迷い箸 (Mayoi-bashi) ห้ามวนตะเกียบไปมาเหนืออาหาร ในลักษณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะคีบอะไร
立て箸 (Tate-bashi) ห้ามใช้ตะเกียบปักลงในชามข้าว เพราะลักษณะเหมือนถ้วยข้าวที่วางไว้ตรงหัวนอนของคนตาย



อ้างอิงจากหนังสือธรรมเนียมญี่ปุ่น (สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม)

สาเหตุของการเกิดสิว!!‏

สาเหตุของการเกิดสิว!!‏

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? เรามี "สาเหตุการเกิดสิว" มาบอก!!
วันนี้เรามีคำตอบที่หลาย ๆ คนสงสัยกันเหลือเกินว่าสิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? และสาเหตุการเกิดสิวคืออะไรมาเฉลยกันค่ะ 
จะว่าไปแล้วสิวเม็ดเล็ก ๆ เพียงแค่เม็ดเดียวก็ทำให้คุณสาว ๆ ทั้งหลายถึงกับนอนไม่หลับกันเลยทีเดียวแต่พอจะหาต้นตอของปัญหาก็ทำเอาปวดหัวเลยแหละ 
แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สาเหตุการเกิดสิว มักจะเกิดจากสาเหตุที่เรานึกไม่ถึง ถ้าสาว ๆ คนไหนที่รู้คำตอบของคำถามยอดฮิตที่ว่า สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? 
รับรองได้เลยว่าสิวที่เป็นเสมือนตัวปัญหาจะไม่มารังควานคุณอีกต่อไป วันนี้เราก็เลยนำเอา 10 สาเหตุการเกิดสิว มากฝากกันค่ะ
ว่าแล้วเราก็ไปดู10สาเหตุของการเกิดสิวและก็ไปหาคำตอบของคำถามยอดฮิตที่ว่า สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?
 
ว่าแล้วเราก็ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยดีกว่านะคะ
1. การทานอาหาร
2. บีบสิว
3. แบคทีเรีย
4. ใช้วิตามินมากเกินไป โดยเฉพาะวิตามิน B1, B6 และ B12
5. ปล่อยให้หน้ามันมากเกินไป
6. ขัดผิวแรงเกินไป
7. ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ถูกกับผิวหน้า
8. หมอนสกปรก
9. ล้างหน้าบ่อยเกินไป
10. ผมสุดสกปรก


คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?? 
-สิวทุกชนิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็นจากหลุมสิว อีสุกอีใส ถุงใต้ตานูนใหญ่ น่าเกลียด
-ผิวพรรณหยาบกร้าน ดำ สุขภาพทรุดโทรม หน้าแก่ก่อนวัย รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา
- ปวดท้องประจำเดือน แขนขาอ่อนแรง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือ หลับไม่สนิท
-โรคท๊อปฮิต อย่าง โรคอ้วน โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือดสูง                        ( Cholesterol) โรคไขข้อ รูมาตอย โรคเก๊า และ อื่นๆ อีกมากมาย
 
          
                      >>>>>>>สุดท้ายก็ต้องรักษา หรือ ใช้ยา ตลอดชีวิต<<<<<<<<<
ถ้ามี ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต ที่มีคุณภาพสูงมากๆๆ 

ถ้ามี ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ที่จะคอยดูแลคุณจนเห็นผลลัพธ์

จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราหันมาดูแลและแก้ปัญหาต่างๆจากต้นเหตุ??

???คุณจะเชื่อหรือไม่ >>เรามีทางออกสำหรับปัญหาด้านสุขภาพผิวที่คุณมีอยู่ ???

 " ถ้าคุณไม่มั่นใจ คุณต้อง !!! พิสูจน์ !!! ด้วยตัวคุณเอง "

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : 
ผู้ลงบทความ : lalanla

ยารักษาสิว

ยารักษาสิว      
      
เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว รู้จักยากลุ่มรับประทาน และยากลุ่มทารักษาโรคสิว ทั้งปริมาณที่ควรใช้ และผลเสียขอยาแต่ละตัวต่อร่างกาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังใช้ยาอยู่ หรือกำลังตัดสินใจจะใช้ยา
 
โรแอคคิวเทน (Roaccutane) 
 ยา Roaccutane มีข้อบ่งใช้ในกรณีที่เป็นสิวรุนแรงเท่านั้น ขนาดที่ใช้คือ 0.1-1 mg/kg/day cumulative dose 100-120 mg/kg, แต่สำหรับคนไทย ขนาดยา 10-20 mg จะเหมาะกว่าเพราะ คนไทยจะไวต่ออาการข้างเคียงมาก
 ผลเสียของยาตัวนี้ปากแห้ง ผิวหน้าแห้ง อาการ ตาแห้ง ผมร่วง ผิวแสบร้อนเนื่องจากไวต่อแสงแดด ปวดเมื่อยตามตัว เอนไซม์ตับสูงขึ้น อาจทำให้ตับอักเสบหรือมีไขมันในเลือดสูง(Triglyceride) อาจต้องเจาะเลือดตรวจเป็นระยะๆ  และที่แน่นอนคือมีผลทำให้ตัวอ่อนพิการหากแม่ได้รับยาในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือนและต้องไม่ให้ยานี้ขณะให้นมบุตร ต้องไม่บริจาคโลหิตระหว่างรับยาด้วย
 
 เตตตร้าซัยคลิน(Tetracycline) เป็นยารับประทานรักษาสิวที่นิยมใช้กันมาก ยาตัวนี้มักเริ่มให้ขนาด1 เม็ด (250 ม.ก.) วันละ 4 ครั้ง หรือ ครั้งละ2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานยาเมื่อท้องว่างอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนอาหาร ถ้าจะรับประทานหลังอาหาร ควรรับประทานอย่างน้อยสองชั่วโมงหลังอาหาร ยาตัวนี้จะจับตัวกับแคลเซียมและเหล็กในกระเพาะอาหาร ทำให้ไม่สามารถถูกดูดซึมได้ ดังนั้นการรับประทานยาตัวนี้พร้อมกับนม ไอศกรีมหรือยาลดกรด จะทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ได้เต็มที่เนื่องจากยาตัวนี้มีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์ จึงห้ามหญิงมีครรภ์รับประทานยาตัวนี้
 ข้อเสียของยาตัวนี้เมื่อรับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน คือ ทำให้เกิดอาการคันในช่องคลอดและทวารหนัก เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนของเชื้อยีสต์บริเวณนั้น ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการคลื่นใส้ได้ 
 
 แอมพิซินลิน( Ampicillin )
 ออกฤทธิ์คล้ายกับ Benzypeni- Benzypenicillin ยานี้สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวก กรัมลบ เช่นเชื้อทำให้เกิดโรคท้องเสีย หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ นิวมอเนีย ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ถุงและ ท่อน้ำดีอักเสบ แผลมีหนอง ฝี ผู้ใหญ่ 1-12 g ต่อวัน โดยแบ่งให้ทุก 4-6 ชม.
 ข้อเสียของยาตัวนี้ หายใจถี่ เกิดเสียงวี๊ด มีอาการผื่นคัน ทำให้คลื่นใส้ อาเจียน ท้องร่วง  จากการแพ้ยา ควรพบแพทย์ทันที ถ้าอาการของคุณรุนแรง หรือ มีอาการมากกว่า 2 วัน ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ mononucleosis ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ ไต และ โรคเกี่ยวกับเลือด ควรมีการตรวจเป็นระยะๆ ถ้ามีการใช้ยานี้เป็นเวลานาน
 
 อิริโธรมัยซิน (Erythromycin) 
ในกรณีที่มีข้อแทรกซ้อนเมื่อได้รับยาเตตตร้าซัยคลิน ก็อาจเปลี่ยนมาใช้อิริโธรมัยซินแทน ให้ขนาด1 - 2 กรัม / วัน แบ่งให้วันละ 2 - 4 ครั้ง หลังอาหาร
 ข้อเสียของยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นใส้ได้เช่นกัน 
 
แบคทริม(Bactrim) 
ในผู้หญิงบางรายที่อาการไม่ดีขึ้นหลังได้รับยาเตตตร้าซัยคลิน แพทย์อาจเปลี่ยนมาใช้ยาแบคทริม ขนาดที่ให้คือ 4 เม็ด / วัน
 แต่ข้อควรระวังของยาตัวนี้คืออาจเกิดอาการแพ้ยา และการแพ้ยาแบคทริมอาจมีอาการ รุนแรงมาก 
 
 มิโนซัยคลิน(Minocycline) 
เป็นยาในกลุ่มเตตตร้าซัยคลินแต่ได้ผลดีกว่า จึงนำมาใช้รักษาผู้ป่วยสิวที่ไม่ตอบสนองต่อแตตตร้าซัยคลินและอิริโธรมัยซินขนาดที่ให้100 มก . / วัน
 ข้อเสียของยาตัวนี้จะทำให้เกิดรอยดำที่ฟันและ ที่รอยสิว รวมถึงในช่องปากได้ 
 
 ยาเม็ดคุมกำเนิด
ที่สามารถรักษาสิวได้ จะต้องมีส่วนผสมของCyproterone acetate ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนเพศชาย โดยเข้าไปลดปริมาณการสร้าง Sebum ลดขนาดของต่อมสร้างไขมัน (Sebaceous Gland) ดังนั้นการที่ผู้ชายทานยาคุมกำเนิด สรีระทางร่างกายอาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น หน้าอกอาจโตขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น
 ผลเสียก็มีอย่างที่น่ากลัว คือมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น ผลเสียอีกอย่างที่อันตรายกว่า คือ คนที่มีประวัติเป็น Migraine หรือมีการอุดต้นของเส้นเลือด ต้องห้ามทานยาคุมเด็ดขาด อาจมีการอุดตันของเส้นเลือดในบริเวณอวัยวะสำคัญ ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนั้นยังอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียน เจ็บเต้านม และเป็นฝ้าได้โดยปกติการใช้ฮอร์โมนเข้าไปเปลี่ยนแปลงภาวะสมดุลของร่างกายนั้น อาจมีผลแทรกซ้อนที่เราคาดไม่ถึงก็ได้
 
 กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) 
ส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อ BHA ช่วยเร่งการหลุดล่อนของเซลล์ผิวหนังที่ตาย เพื่อให้หลุดออกไปเร็วขึ้น จึงไม่เกิดการคั่งค้างของเซลล์ที่ตาย ดังนั้นจึงช่วยลดการเกิด Comedone อย่างไรก็ตาม ยาตัวนี้ไม่มีผลต่อการฆ่าเชื้อ P. acnes 
  ผลเสียคือ อาจมีอาการบวม แดง แสบคัน ลอก ผิวหนังไวต่อแสง และถ้าป้องกันไม่ดี อาจทำให้ผิวคล้ำขึ้น หรือเป็นฝ้าได้ 
 
 Benzoyl peroxide มีความเข้มข้น 3 ขนาด คือ 2.5, 5, 10%ทำลายเชื้อ P. acnes โดยการปล่อย อนุมูลอิสระของออกซิเจนอย่างช้าๆ ทำลายเชื้อแบคทีเรียนอกจากนี้ก็ยังทำให้เกิดอ่อนตัว และเพิ่มการหลุดล่อนของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ซึ่งคล้ายๆกับ Salicylic acid และเนื่องจากไม่ได้มีผลต่อการสร้าง Sebum จึงต้องใช้ยานี้ในการควบคุม รักษาสิว ตลอด
ผลเสียคือ อาจเกิดการระคายเคืองผิวหนัง ทำให้เกิดการลอก แดง คัน แสบ ผิวหนังไวต่อแสง
  
 กรดวิตามินเอ (Retinoic acid)
ออกฤทธิ์โดยเร่งการลอกของเซลล์ที่ตายแล้ว ทำนองเดียวกับ Salicylic Acid และ Benzoyl Peroxide ไม่มีผลทำลายเชื้อ P. acnes จึงต้องใช้ยานี้ในการควบคุม รักษาสิว ตลอด
ผลเสียคือ การระคายเคืองโดยเฉพาะเมื่อสัมผัสแสงแดด ผิวไวต่อแสง
 
 สเตอรอยด์โดยมากใช้Triamcinoloneใช้ในรูปฉีดเข้าหัวสิว ที่อักเสบอย่างรุนแรง เพื่อให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรใช้ยานี้ เพราะมีผลเสียต่อร่างกายมาก  
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.wowvisage.com 
ผู้ลงบทความ : lalanlashop

อาหารที่กระตุ้นและ ก่อให้เกิดสิว คืออะไรบ้างมาดูกันคะ


อาหารที่กระตุ้นและ ก่อให้เกิดสิว
อาหารที่รสหวานจัด โดยผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่ง เช่น ไอศครีม คุ้กกี้  น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ผลไม้เเชื่อม และอื่นๆ อาหารที่มีรถหวานจัดนี้ จะเป็นอาหารของยีสต์ในกระเพาะอาหารทำให้ยีสต์เจริญเติบโตได้ดี และยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ฮอร์โมนไม่คงที่ ขึ้นๆลงๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเพิ่มมากขึ้น

นม ผลิตภัณฑ์จากนม 
Daily Products เช่น นมข้นหวาน ชีส โยเกิร์ต ไอศครีม เค้ก เบเกอรี่ และอาหารที่มีส่วนผสมของนม เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยยาก เมื่อรับประทานเข้าไปจะเกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของยีสต์มีปริมาณเพิ่มขึ้นก็จะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ หากเกรงว่าจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่เคยได้รับจากนม เราสามารถเลือกทานจากอาหารกลุ่มอื่นๆได้ เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ปลาตัวเล็ก และเนื้อสัตว์ เพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมจากนมได้

อาหารในกลุ่มคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง จะเป็นตัวกระตุ้นให้ยีสต์เจริญเติบโต ซึ่งเมื่อยีสต์เจริญเติบโตมากก็จะเกิด 
Toxin ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดของเสียและกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย

ในบางท่าน อาหารในกลุ่มข้างต้นที่กล่าวมา อาจไปกระตุ้นการเกิดสิว ทดสอบได้โดยการหยุดรับประทานอาหารในกลุ่มเหล่านี้ประมาณ 1-2 เดือน หากสิวลดลง หรือสิวใหม่ไม่ขึ้น แสดงว่าอาหารเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิว ควรหลีกเลี่ยง หรืองด
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : www.lalanlashop.com 
ผู้ลงบทความ : lalanlashop